• Posted by : Unknown วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

                            "ประวัติและความเป็นมากีฬาแห่งชาติ"


    นับตั้งแต่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีการจัดตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2507 คณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (ปัจจุบัน คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย) ได้วางโครงการในอันที่จะขยายการส่งเสริมกีฬาออกไปให้ทั่ว ราชอาณาจักร ด้วยการการจัดการแข่งขันระหว่างจังหวัด ภายในภาคต่าง ๆ ของประเทศขึ้นพร้อมกัน แต่โดยที่ประเทศไทย ได้รับเกียรติเป็ เจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 เมื่อเดือนธันวาคม 2509 ซึ่งโดยปกติจะต้องใช้เวลาเตรียมการประมาณ 3 – 4 ปี และองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทยต้องรับภาระในด้านธุรการของงานครั้งนั้น จึงทำให้โครงการจัดการแข่งขันกีฬา ภาระต้องเลื่อนไปโดยไม่มีกำหนด
    การกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้จัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ


    "กีฬาแห่งชาติ" ได้วิวัฒนาการมาจากกีฬาเขต ซึ่งมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ตรา พระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทยขึ้น เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2507 โดยการแข่งขันกีฬาเขต ได้ริเริ่มขึ้นพร้อม ๆ กับการก่อตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาออกไปให้ทั่วราชอาณาจักรด้วยการจัดการแข่งขันระหว่างจังหวัด ภายในภาคต่างๆ ของประเทศขึ้นพร้อมกัน แต่โดยที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 เดือนธันวาคม 2509 ซึ่งโดยปกติจะต้องใช้เวลาเตรียมการประมาณ 3-4 ปี และองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทยต้องรับภาระในด้านธุรการของงานครั้งนี้ จึงทำให้โครงการจัดการแข่งขันกีฬาเขตต้องเลื่อนไปโดยไม่มีกำหนด จนกระทั่งเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 จึงเริ่มดำเนินการใหม่

    ความคิดในอันที่จะรวบรวมนักกีฬาทั่วประเทศ รวมทั้งการขยายการส่งเสริมกีฬาออกไปให้ทั่วถึงด้วยวิธีการจัดการแข่งขัน เป็นระดับจังหวัด และภาคนี้ได้ทวีมากขึ้น เมื่อสิ้นการแข่งขันเอเชี่ยน เกมส์ ครั้งที่ 5 อันเป็นระยะที่ประชาชนได้ให้ความสนใจ แก่การกีฬาอย่างกว้างขวาง อยู่แล้ว คณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้หยิบยกโครงการนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม ่อย่างจริงจัง และในเดือนมีนาคม 2510 ได้มีมติยืนยันที่จะจัดการแข่งขันกีฬาภาคขึ้นเป็นงานประจำปีกำหนดวันที่ 9 ธันวาคม อันถือได้ว่าเป็นวันที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์การกีฬาของไทยโดยเป็นวันที่เปิดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่เห็นว่าเพื่อเป็นการประหยัดและเริ่มต้นควรจัดการแข่งขันที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย 4-5 ประเภทก่อน เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล แบดมินตัน ลอนเทนนิส และได้มีการวางแผนในรายละเอียดรวมทั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ขึ้นพร้อมที่จะปฏิบัติการ ได้ในเดือนธันวาคม 2510 ตามแผนการขั้นแรกนี้ องค์การฯ ได้จัดกลุ่มจังหวัดใกล้เคียงขึ้นในภาคสมมุติ 5 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และจะได้ขอให้จังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ในภาคหนึ่งภาคนี้จะเป็นตัวแทน จังหวัดอื่น ๆ จัดการแข่งขันกีฬาระหว่างจังหวัดภายในภาค เพื่อให้ได้นักกีฬาผู้แทนของภาคนี้ขึ้นไว้ องค์การจะเป็นฝ่ายนำนักกีฬา ของภาคไปแข่งขันชิงชนะเลิศที่กรุงเทพฯ ต่อไป อย่างไรก็ดีได้เกิดมีความเห็นว่าภาคสมมติเช่นนี้อาจจะปะปนกับภาคของทางราชการ ซึ่งจัดแบ่งแตกต่างกันตามความจำเป็นของงานได้ง่าย

    ประวัติไฟพระฤกษ์ 

    สำนักพระราชวังจะนำพระแว่น “สุรยกานต์” ไปทอดไว้ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่ละปี สำหรับพระราชพิธีจัดไฟขึ้นอยู่กับสถาวะอากาศ และเมื่อทรงประกอบพระราชพิธี จัดไฟเรียบร้อยแล้ว สำนักพระราชวังจะนำไฟพระฤกษ์ไปเก็บรักษาไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และจะเลี้ยงไว้สำหรับใช้ในปีนั้น จนกระทั่งถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ของปีนั้น ไฟพระฤกษ์ที่เลี้ยงไว้นี้จะใช้ในพระราชพิธีต่าง ๆ รวมทั้งเชิญไปใช้ ในการพระราชทานเพลิงศพบุคคลที่สมควรด้วย ประเพณีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ จะต้องขอพระราชทานไฟพระฤกษ์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อนำมาประกอบพิธีในวันเปิดและจุดในกระถางคบเพลิงตลอดการแข่งขัน ทั้งนี้คระกรรมการ จัดการแข่งขันจะต้องทำหนังสือติดต่อไปยังสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลถึงกำหนดนัดหมาย วัน เวลา สถานที่ ให้คณะกรรมการเข้าเฝ้ารับพระราชทานไฟพระฤกษ์นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดจาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วพระราชทานให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติในปีนั้น ๆ ไฟพระฤกษ์สำหรับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ เริ่มครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2510 ที่กรุงเทพมหานคร

    วัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันกีฬาเขต

    1. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยเกิดความสนใจเรื่องกีฬาและเล่นกีฬา
    2. ให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดงความสามารถทางกีฬาตามอัตภาพ เป็นการเพิ่มพูนสุขภาพอนามัย
    3. ให้ประชาชนได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
    4. เป็นโอกาสในการเฟ้นหาตัวนักกีฬารุ่นใหม่
    5. เป็นการส่งเสริมให้มีสมาคมกีฬาสมัครเล่น และได้มีส่วนช่วยฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของ สมาคมได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    กฎเกณฑ์การแข่งขัน

    กำหนดให้มีการแข่งขันทุก ๆ ปี โดยในครั้งแรกได้แบ่งเขตการแข่งขันออกเป็น 5 เขต ให้แต่ละเขตคัดเลือกนักกีฬาภายในเขต เข้ามาแข่งขัน ยกเว้นนักกีฬาทีมชาติไม่มีสิทธิ์เข้าแข่งขัน ในครั้งแรกได้กำหนดประเภทของกีฬาได้ 5 ประเภทเท่านั้น คือ ฟุตบอล กรีฑา บาสเกตบอล เทนนิส และแบดมินตัน ต่อมาภายหลังเนื่องจากมีการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ในเดือนธันวาคม 2510 จึงได้เพิ่มประเภทของกีฬาเป็น 16 ประเภท เพื่อเป็นการเตรียมตัวแข่งขันกีฬาซีเกมส์ไปด้วย โดยเพิ่มมวยสากล จักรยาน ยูโด รักบี้ ฟุตบอล ตะกร้อข้ามตาข่าย ยิงปืน ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอล ยกน้ำหนัก และเรือใบ                                    siamsilkroad.blogspot.com/2012/12/blog-post_12.html                                                                 

    Leave a Reply

    Subscribe to Posts | Subscribe to Comments

  • Ad Banner

    About Author

    Copyright © 2013 - Hyperdimension Neptunia

    ประวัติการแข่งขันกีฬา - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan